13. กลยุทธ์ การพัฒนาธุรกิจ ศูนย์บริการยางรถยนต์ ขาย Online ให้ก้าวขึ้นสู่ อันดับที่ 1 ในตลาด


กลยุทธ์ การพัฒนาธุรกิจ ศูนย์บริการยางรถยนต์ ขาย Online ให้ก้าวขึ้นสู่ อันดับที่ 1 ในตลาด จัดทำขึ้น  
  • เพื่อพัฒนายอดขายยางรถยนต์ ในแต่ละสาขา ให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้
  • เพื่อให้มีแนวทาง และวิธีการปฏิบัติ สำหรับการขาย ยางรถยนต์ ผ่านทาง Online
  • เพื่อให้ทราบโครงสร้าง และการพัฒนารูปแบบธุรกิจ ศูนย์บริการยางรถยนต์ ตามขนาดการลงทุน ปัญหา และอุปสรรค เพื่อนำมาใช้เป็นแนวทางพัฒนาศักยภาพ และตอบสนอง ความพึงพอใจของผู้เข้ามาใช้บริการ ได้อย่างสม่ำเสมอ และดีที่สุด
  • เพื่อให้เป็นผู้นำในการบริการเปลี่ยนยางรถยนต์ และก้าวขึ้นสู่ อันดับที่ 1 ของ ศูนย์บริการยางรถยนต์
  • เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ ของการลงทุน ตามพื้นที่ และรูปแบบขนาดธุรกิจของ ศูนย์บริการยางรถยนต์ สำหรับใช้เป็นข้อมูล ให้กับ ผู้ประกอบการ ที่จะลงทุนซื้อ แฟรนไชน์ ให้สามารถดำเนินงาน  ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งรับทราบปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้มีแนวทางใหม่ๆ ในการปรับปรุงแก้ไขได้
  • เพื่อกำหนดกลยุทธ์ และแนวทางการดำเนินงาน ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง ของการดำเนินธุรกิจในยุคปัจจุบัน และส่งเสริมพัฒนาธุรกิจ ให้ก้าวขึ้นไปสู่ระดับสากล
IMG_8720
เป้าหมายในการดำเนินงาน
  1. เพื่อให้ได้โครงสร้าง และรูปแบบ ที่จะนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพ ของธุรกิจ ศูนย์บริการยางรถยนต์ ให้ก้าวสู่อันดับที่ 1
  2. เพื่อให้มี คู่มือแนะนำการลงทุนประกอบธุรกิจ ศูนย์บริการยางรถยนต์ และมีระบบมาตรฐาน ในการบริหารจัดการ เพื่อนำไปสู่การบริการ ที่สนองตอบความพึงพอใจของลูกค้า ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  3. เพื่อให้มีข้อมูลการวิเคราะห์สถานภาพปัจจุบัน ของธุรกิจ บริการซ่อมบำรุงรถยนต์ ทั่วไป ที่จะนำไปใช้กำหนดแนวทาง และรูปแบบในการบริหารจัดการ ของธุรกิจ ศูนย์บริการยางรถยนต์
  4. ให้ได้ กลยุทธ์ และแนวทางการดำเนินงาน เพื่อส่งเสริม และยกระดับมาตรฐานของ ศูนย์บริการยางรถยนต์ สู่ระดับสากล
  5. เพื่อให้ ศูนย์บริการยางรถยนต์ ที่เปิดทำการใหม่ ขนาดใหญ่  สามารถบรรลุเป้าหมายยอดขายขั้นต่ำ ได้เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 700 เส้น ต่อเดือน และศูนย์บริการยางรถยนต์ ขนาดเล็ก บรรลุเป้าหมายยอดขายขั้นต่ำ ได้เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 300 เส้น ต่อเดือนได้
การดำเนินการ
  1. ศึกษาโครงสร้าง – รูปแบบ ตามขนาด การลงทุนของธุรกิจ
  • แบ่งกลุ่มธุรกิจ ซ่อมบำรุงรถยนต์ ออกเป็นกลุ่ม ขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ตามขนาดมูลค่า ทรัพย์สินการลงทุนเบื้องต้นของธุรกิจ (มูลค่าที่ดิน มูลค่าอาคาร และสิ่งก่อสร้าง มูลค่าเครื่องจักร และเงินทุนหมุนเวียน) โดยกำหนดให้กลุ่มขนาดเล็ก มีมูลค่าเงินลงทุนรวมเบื้องต้นไม่เกิน 2 ล้านบาท ขนาดกลาง 2 – 10 ล้านบาท และ ขนาดใหญ่มีมูลค่าเงินลงทุนรวม เบื้องต้น มากกว่า 10 ล้านบาท
  • ศึกษาข้อมูลย้อนหลัง ของจำนวนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน และ รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลที่จดทะเบียน และจดทะเบียนใหม่ในแต่ละปี เพื่อเป็นข้อมูลประกอบกับ ข้อมูลย้อยหลังของธุรกิจ ซ่อมบำรุงรถยนต์ ที่จดทะเบียน และจดทะเบียนใหม่ จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อให้ทราบอัตราการขยายตัวในธุรกิจ ซ่อมบำรุงรถยนต์
  1. ศึกษาวิเคราะห์ความเป็นไปได้ ในการลงทุนประกอบธุรกิจ ตามรูปแบบ และขนาดของการลงทุน
  • ศึกษาการเริ่มต้นธุรกิจ ซ่อมบำรุงรถยนต์ ตั้งแต่ระเบียบ และกฏหมายเฉพาะของธุรกิจ จากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และจากหน่วยงานราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
  • ศึกษา และสำรวจรายละเอียด ข้อมูลค่าใช้จ่าย สำหรับการลงทุนเริ่มต้น  โครงสร้างการลงทุน และการคำนวณรูปแบบการลงทุน  ซึ่งประกอบด้วย งบประมาณการลงทุน ประมาณการค่าใช้จ่ายต่อเดือน  งบกำไรขาดทุน และระยะเวลาคืนทุน ของธุรกิจซ่อมบำรุงรถยนต์
  • ศึกษา และคำนวณระยะเวลาคืนทุน ในรูปของกระแสเงินสดหมุนเวียน อัตราผลตอบแทนต่อการลงทุน / ทรัพย์สิน / ผู้ถือหุ้น  และวิเคราะห์ความไวในการลงทุน ต่อปัจจัยเสี่ยง เมื่อปัจจัยการลงทุนเกิดการผิดพลาด กับเหตุการณ์ที่ไม่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า
  • ศึกษา และวิเคราะห์สภาวะตลาด แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจ  ทั้งตลาดภายในประเทศ และต่างประเทศ ของธุรกิจซ่อมบำรุงรถยนต์ ตามรูปแบบขนาด ของการลงทุน
  • สรุปผลข้อมูล ออกมาเป็นรายละเอียดข้อมูลพื้นฐาน ของธุรกิจ ซ่อมบำรุงรถยนต์ ที่ประกอบด้วย ขั้นตอน และวิธีการจัดตั้งธุรกิจซ่อมบำรุงรถยนต์  รวมถึงโครงสร้าง และรูปแบบการลงทุน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพของธุรกิจ  ศูนย์บริการยางรถยนต์
     3. วิเคราะห์ SWOT (จุดอ่อน จุดแข็ง โอกาส อุปสรรค) โดยระดมความคิดจาก ผู้ประกอบการธุรกิจซ่อมบำรุงรถยนต์ และข้อมูลจากผลการสำรวจ
  • สภาวะแวดล้อมภายนอก เพื่อหา โอกาส และ อุปสรรค ซึ่งหมายถึงลักษณะด้าน  เศรษฐกิจ  สังคม วัฒนธรรม ประชากร สิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ การเมือง กฎหมาย รัฐบาล เทคโนโลยี และแนวโน้มทางการแข่งขัน และเหตุการณ์ ซึ่งสามารถสร้างประโยชน์ หรือ อันตรายให้กับธุรกิจ ซ่อมบำรุงรถยนต์ได้ในอนาคต
  • วิเคราะห์สภาวะแวดล้อมภายใน เพื่อทำการหาจุดแข็ง และจุดอ่อน ซึ่งเป็นกิจกรรม ที่สามารถควบคุมได้  ภายในธุรกิจซ่อมบำรุง  ทำให้มีลักษณะที่ดี หรือไม่ดี ประกอบด้วย การจัดการ การตลาด การเงิน การบัญชี การผลิต การปฏิบัติการ ระบบข้อมูล  ฯลฯ  ของธุรกิจบริการ เหล่านี้จะมี จุดแข็ง หรือ จุดอ่อนเกิดขึ้น
  • วิเคราะห์สภาวะการแข่งขันของธุรกิจ ซ่อมบำรุงรถยนต์ เพื่อศึกษาความได้เปรียบ ในการแข่งขันของธุรกิจ ที่จะวิเคราะห์ครอบคลุม ทั้งในปัจจุบัน และอนาคต โดยศึกษาการเข้ามาของคู่แข่งขันใหม่ และผลที่ได้จากการวิเคราะห์ จะทำให้ทราบถึง ข้อได้เปรียบเสียเปรียบ ด้านการแข่งขัน เข้าใจพฤติกรรม และกลยุทธ์ของการแข่งขัน และผลจากการศึกษา และวิเคราะห์ เพื่อนำมาสร้างความได้เปรียบ ด้านการแข่งขัน
  • วิเคราะห์ปัจจัยทาง ด้านลูกค้า เพื่อประเมินทางด้านลูกค้า ของธุรกิจ ซ่อมบำรุงรถยนต์ ในการค้นหาถึงปัจจุบัน แนวทางด้านลูกค้าของเรา คืออะไร กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของเราคือใคร การแบ่งลูกค้าออกเป็นกลุ่ม ตามคุณลักษณะด้านต่างๆ อะไร คือ คุณสมบัติที่สำคัญของลูกค้าในกลุ่มนั้น อะไร คือ คุณค่า หรือสิ่งที่ลูกค้ากลุ่มนั้นต้องการ การเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมของลูกค้าในอนาคตเป็นอย่างไร
      4. จัดทำคู่มือ แนะนำการเริ่มต้นธุรกิจ การลงทุนประกอบธุรกิจ ระบบมาตรฐานการบริหารจัดการภายใน ของธุรกิจ ศูนย์บริการยางรถยนต์
  1. รวบรวมข้อมูลรายละเอียด ข้อมูลพื้นฐาน โครงสร้าง รูปแบบพื้นฐานในการลงทุน และข้อมูลจากผลของการวิเคราะห์ SWOT มากำหนดเป็นข้อมูลพื้นฐาน ในการจัดทำระบบการบริหารจัดการภายใน ของธุรกิจ ศูนย์บริการ
  2. กำหนดโครงร่าง ระบบการบริหารจัดการภายใน ออกมาเป็นผังกระบวนการทางธุรกิจ (Business Flowchart) ของธุรกิจ ศูนย์บริการ
  3. กำหนดคัดเลือก ดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพ การบริหารจัดการคุณภาพ เพื่อเป็นดัชนีชี้วัดหลัก ของธุรกิจบริการ
  4. กำหนดระบบในการรายงาน และติดตามผลการดำเนินงาน เพื่อพัฒนา และปรับปรุง ระบบการดำเนินงาน ของศูนย์บริการ อย่างต่อเนื่อง
  5. การจัดทำเป็นคู่มือ แนะนำการเริ่มต้นธุรกิจ ที่ประกอบด้วยสองส่วน  คือ ส่วนของข้อมูลพื้นฐานในการเริ่มต้นธุรกิจและการลงทุนในธุรกิจ ศูนย์บริการ ให้กับผู้ประกอบการ  และ ส่วนของ ระบบมาตรฐานการบริหารจัดการภายใน ระบบการวัดผลการดำเนินงาน ระบบการติดตามผล และระบบในการวิเคราะห์ เพื่อพัฒนาปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง
การวิเคราะห์ด้านอุปสงค์  การพยากรณ์อุปสงค์ (แนวโน้มความต้องการตลาด บริการซ่อมบำรุงรถยนต์) ทำการวิเคราะห์ ความต้องการของตลาด  บริการซ่อมบำรุงรถยนต์อยู่ 2 ด้าน คือ ส่วนของจำนวนรถยนต์ ที่ทำการจดทะเบียนเพิ่มขึ้น และต่อไปในอนาคต จะต้องทำการซ่อมบำรุงรถยนต์ และเปลี่ยนยางรถยนต์  โดยในส่วนของจำนวนรถที่จดทะเบียนในแต่ละปี ได้นำข้อมูลจำนวนรถยนต์ที่จดทะเบียน จำแนกตามประเภทรถ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 – 2545  ของกรมการขนส่ง กระทรวงคมนาคม  ซึ่งประเภทของรถยนต์ที่จะทำการศึกษา ได้ทำการศึกษาประเภทรถยนต์  ที่ใช้บริการของ ศูนย์ซ่อมบำรุงรักษารถยนต์  ซึ่งจะเป็นรถยนต์ 4 ล้อ  ได้แก่
  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน, รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน
  • รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล
  • รถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัด
  • รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน
  • รถยนต์บริการธุรกิจ
  • รถยนต์บริการทัศนาจร, รถยนต์บริการให้เช่า
การวิเคราะห์อุปสงค์ ด้านจำนวนรถที่จดทะเบียน
จากการพยากรณ์วิเคราะห์  แนวโน้มด้านอุปสงค์(จำนวนรถที่จดทะเบียน)  จะพบว่าการใช้รถยนต์ตั้งแต่  ปี พ.ศ. 2540 – 2545  มีอัตราการใช้รถยนต์เพิ่มขึ้น โดยเฉลี่ยปีละ 348,437 คัน โดยในอีก 10 ปีข้างหน้า คาดว่าจะมีรถยนต์ที่จดทะเบียนประมาณ  10,232,286 คัน  ซึ่งเป็นจำนวนรถเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว   โดยเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว  ในระยะเวลา 10 ปีข้างหน้า  โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำนวนรถที่จดทะเบียนในปัจจุบัน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายในอนาคต มีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ และจากสถิติจำนวนรถใหม่ ที่จดทะเบียน ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2540 - 2545  พบว่ามีจำนวนเพิ่มขึ้น  หลังจากที่เกิดปัญหาทางสภาวะเศรษฐกิจ  ที่เรียกว่ายุค IMF จำนวนรถใหม่  ที่จดทะเบียนมีจำนวนลดลงมากกว่าครึ่งหนึ่ง อย่างไรก็ตาม หลังจากผ่านสภาวะเศรษฐกิจช่วงนั้นมา ก็มีจำนวนรถใหม่ที่จดทะเบียนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยมา  ทำให้สามารถประมาณการได้ว่าในอนาคตจะมีกลุ่มเป้าหมายที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก  อย่างไรก็ตามกลุ่มรถยนต์ใหม่  โดยมากแล้วมักนิยมใช้บริการ จากศูนย์บริการ  ซึ่งเป็นที่ยอมรับมากกว่า แต่จากสถิติจำนวนรถยนต์ ที่จดทะเบียน ที่มีอายุการใช้งานมากว่า 5 ปี หรือ รถที่มีการจดทะเบียนแล้วจนถึง ปี  2541 มีจำนวน ทั้งสิ้นถึง  5,369,672 คัน  ซึ่งถือเป็นกลุ่ม ลูกค้าส่วนใหญ่ ของศูนย์บริการยางรถยนต์
ปริมาณการใช้รถ
การวิเคราะห์ด้านอุปทาน  การพยากรณ์วิเคราะห์แนวโน้มด้านอุปทาน (แนวโน้มของตลาดธุรกิจ บริการซ่อมบำรุงรถยนต์) ได้นำข้อมูลจำนวนของผู้ประกอบธุรกิจซ่อมบริการซ่อมบำรุงรถยนต์ ที่ได้จดทะเบียนไว้กับ กรมโรงงานอุตสาหกรรม ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 – 2545  จากการพยากรณ์วิเคราะห์แนวโน้มจะพบว่า  การเปิดธุรกิจซ่อมบำรุงรถยนต์ ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2540 – 2545  มีอัตราการเพิ่มขึ้น  โดยเฉลี่ยปีละ 333 ศูนย์ และในอีก 10 ปี ข้างหน้า (พ.ศ. 2555) จะมีธุรกิจซ่อมบำรุงรถยนต์  เปิดให้บริการประมาณ 10,281 ศูนย์
ปริมาณธุรกิจศูนย์บริการ
จากแนวโน้มการขยายตัวที่ดี ของอุตสาหกรรมยานยนต์ ในด้านของการผลิตยานยนต์ และการใช้จ่ายในหมวดของยานยนต์  ที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และการที่ค่ายรถต่างๆ ได้มีการออกตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ มาแข่งขันกันในตลาด  โดยมีการจูงใจ ผู้ซื้อ ให้เงื่อนไขการชำระเงินด้วยเงินดาวน์ที่ต่ำลง และอัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ  ทำให้แนวโน้มของปริมาณรถยนต์ในแต่ละปี  มากขึ้นเรื่อยๆ  ซึ่งสามารถดูได้จากจำนวนรถที่จดทะเบียนเพิ่มทุกปี  ซึ่งการขยายตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ และปริมาณรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องดังกล่าว ได้ส่งผลทำให้ธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ มีการขยายตัวตามอุตสาหกรรมยานยนต์  เช่น  ธุรกิจศูนย์บริการ ซ่อมช่วงล่าง และเปลี่ยนยางรถยนต์   ซึ่งสามารถดูได้จากการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวม  ในหมวดของการค้าส่งสินค้าปลีก ซ่อมยานยนต์, ของใช้  และแนวโน้มของธุรกิจ ซ่อมบำรุงรถยนต์ ที่เพิ่มขึ้น
จากสภาวการณ์ด้านต่างๆ ข้างต้น อาจจะเห็นได้ว่า ณ สภาวะเศรษฐกิจดังกล่าวในปัจจุบัน  เป็นสภาวะที่น่าจะเป็นการเอื้อต่อการเปิดกิจการ ศูนย์บริการยางรถยนต์  โดยมีปัจจัยสำคัญ คือ การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมยานยนต์  ทำให้มีแนวโน้มตลาดที่ดีในอนาคต อีกทั้งแนวโน้มการปล่อยสินเชื่อของ ธนาคารพาณิชย์  มีการปรับตัวไปในแนวทางที่ดีขึ้น  และ มีทางเลือก ด้านแหล่งเงินทุนอื่นๆ เพิ่มขึ้น ประกอบกับการลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ของภาครัฐ และเอกชน น่าจะเป็นข้อได้เปรียบ ในการจัดหาแหล่งเงินทุน เพื่อการก่อตั้ง ศูนย์บริการยางรถยนต์  แต่ในขณะเดียวกัน อาจจะต้องทำการพิจารณา ถึงแนวโน้มในอนาคต เนื่องจากจะมีการแข่งขันในธุรกิจนี้ กันเป็นอย่างมาก ทำให้ ศูนย์บริการยางรถยนต์ ต้องพัฒนา และปรับปรุงทั้งในด้านคุณภาพ ของการบริการที่ประทับใจ
ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้ใช้บริการ
จากข้อมูลการวิเคราะห์ ผลการสำรวจ จะสามารถสรุปได้ว่า ผู้ใช้รถยนต์ในปัจจุบันมีทั้ง เพศชาย และ เพศหญิง  และมีจำนวนที่ใกล้เคียงกันมาก  โดยผู้ใช้รถส่วนมากจะมีอายุในช่วง  25 – 40 ปี   ซึ่งจะเป็นวัยทำงาน ที่ต้องการใช้รถยนต์  เป็นยานพาหนะในการเดินทาง   ซึ่งผู้ใช้รถยนต์ส่วนใหญ่ จะเป็นผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี   โดยรายได้เฉลี่ยของผู้ใช้รถ จะอยู่ในช่วงประมาณ  8,000 – 25,000 บาท และโดยส่วนมาก จะเป็นประเภทรถที่เป็นรถเก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า และ ฮอนด้า ขนาด 1,500 – 2,000  ซีซี.  ซึ่งจะมีอายุรถ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ  6 ปี  และนิยมใช้ประกันภัยประเภท 1 และประเภท 3  โดยผู้ใช้ส่วนใหญ่  มีความนิยมที่จะนำรถเข้าไป  ซ่อมบำรุงที่ ศูนย์บริการ เพราะมีความมั่นใจในคุณภาพ และบริการ   โดยเฉลี่ยจะนำรถไปซ่อมบำรุงประมาณ 2 – 4 เดือน ต่อครั้ง  โดยบริการที่เข้าไปใช้ส่วนมาก  จะเป็นบริการประเภท ถ่ายน้ำมันเครื่อง และมีค่าใช้จ่ายต่อครั้ง อยู่ที่ประมาณ 500 – 3,500 บาท  จากความคาดหวัง และความต้องการ ของผู้ใช้บริการ  จะพบว่า  ปัจจัยที่จะทำให้ผู้ใช้บริการเลือก ใช้ทั้งศูนย์บริการ และร้านซ่อมบำรุงทั่วไป  คือ ความมั่นใจในคุณภาพ และบริการ  ซึ่งยังพบว่าความพึงพอใจของผู้ใช้ พึงพอใจใน  ร้านซ่อมบำรุงทั่วไป น้อยกว่า ศูนย์บริการอยู่เกือบเท่าตัว
ภาพรวมผู้ใช้บริการ
ผลการวิเคราะห์ ข้อมูลผู้ประกอบการธุรกิจซ่อมบำรุงรถยนต์
จากผลการสำรวจพบว่า สถานประกอบการธุรกิจ ซ่อมบำรุงรถยนต์ส่วนมาก ดำเนินธุรกิจแบบเจ้าของคนเดียว ตั้งอยู่ในย่านชุมชน อาคารเป็นโครงเหล็กมีหลังคา หรืออาคารพาณิชย์พื้นที่เฉลี่ยประมาณ 211.58 ตรว.ความสามารถในการซ่อมแยกตามประเภทของงานได้ดังนี้
  • งานตัวถัง และเคาะพ่นสีเฉลี่ย 5-6 คัน/วัน
  • งานซ่อมเครื่องยนต์ และช่วงล่างเฉลี่ย 6-7 คัน/วัน
  • งานบำรุงรักษา และตรวจเช็คสภาพเฉลี่ย 12-13/คัน ต่อวัน
พฤติกรรมผู้ใช้บริการ
จากการวิเคราะห์ ของผู้ประกอบกิจการซ่อมบำรุงรถยนต์ และความต้องการของผู้ประกอบการ  ทั้งในด้านความต้องการของผู้ประกอบการ  ที่จะต้องการพัฒนาศักยภาพของตนเองในการแข่งขัน   โดยจะเรียงลำดับ จากผลสำรวจ ผู้ประกอบการซ่อมบำรุงรถยนต์ ในลำดับสูงสุด ที่ผู้ประกอบการเลือกจากมากไปหาน้อย  จะสามารถสรุปได้ดังต่อไปนี้
ด้านการเงิน
  • แหล่งเงินทุนในการบริหารจัดการส่วนมาก มาจาก  เงินทุนหมุนเวียนภายใน (44.4%)
  • ค่าบริการที่ได้โดยเฉลี่ยต่อครั้ง  500 - 3,500 บาท (48.7%)
  • เงินทุนหมุนเวียนส่วนมากนำไปใช้ในด้านของ อะไหล่ (42.5%)
  • ผู้รับผิดชอบทางด้านบัญชีจะเป็น  เจ้าของกิจการเอง (73.1%)
  • แนวโน้มของผลประกอบการส่วนมาก คงตัว (57.1%)
ด้านการตลาด และลูกค้า
  • กลุ่มของลูกค้าที่เข้ามาใช้ส่วนมากจะเป็น  บุคคลทั่วไป (55.7%)
  • รถยนต์ที่เข้ามาใช้บริการมากที่สุดจะเป็น  รถเก๋งญี่ปุ่น (29.1%)
  • มีรถที่เข้ามาใช้บริการส่วนมากประมาณ น้อยกว่า 50 คัน ต่อเดือน (68.1%)
  • การรับประกันหลังการซ่อมส่วนมาก จะเป็น การซ่อมฟรี ทั้งค่าแรง และอะไหล่ (35.9%)
  • มีการเก็บข้อมูล เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลประวัติลูกค้า (49.6%)
  • มีการนำข้อร้องเรียนของลูกค้ามาปรับปรุง ในทุกเรื่องที่ลูกค้าร้องเรียน (53.8%)
  • มีการประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้ารู้จัก โดยการติดป้ายชื่อร้าน ในจุดที่เด่น ชัดเจน (51.4%)
  • วิธีการในการจูงใจลูกค้า คือ การรับประกันหลังการซ่อม (26.6%)
ด้านกระบวนการภายใน
  • การสั่งซื้อจะเป็น การสั่งเมื่อถึงเวลาต้องการใช้ (61.6%)
  • อะไหล่ที่ซื้อส่วนมากจะเป็น อะไหล่มือหนึ่ง (39.0%)
  • การเลือกซื้ออะไหล่จะเป็นการเลือกซื้อ ตามความต้องการของลูกค้า (45.7%)
  • การควบคุมจำนวนอะไหล่ที่มีจะเป็น การจดบันทึกจำนวนอะไหล่ที่เข้าออก (40.8%)
  • การจัดลำดับการซ่อมแซม จะเป็นแบบ มาก่อน ซ่อมให้ก่อน (80.1%)
  • การบำรุงรักษาเครื่องจักรจะเป็น การบำรุงรักษาด้วยตนเอง (86.4%)
ด้านบุคลากร และเทคโนโลยี
  1. การหาช่างที่ชำนาญส่วนมากจะ ทำการฝึกจากเด็กในร้าน (33.8%)
  2. วิธีการคัดเลือกจะมี การทดสอบฝีมือก่อน (60.4%)
  3. การประเมินผล จะมีการประเมินผล เพียงในช่วง ประเมินผลทดลองงาน (48.3%)
  4. การพัฒนาช่าง จะเป็นการ อบรมด้วยตนเอง (45.0%)
  5. การจ่ายค่าตอบแทนให้กับช่าง จะเป็น การจ่ายตามความสามารถ (39.8%)
  6. การปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงาน จะเป็น การทำความสะอาดทุกครั้งหลังเลิกงาน (79.3%)
  7. ไม่มีระบบการจัดการ หรือบำบัดของเสีย (34.8%)  เนื่องจากไม่มีความจำเป็นเพราะไม่มีปัญหา (85.3%)
  8. ในการดำเนินงานไม่ได้นำคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วย (67.9%) เนื่องจากไม่มีความจำเป็นในการนำมาใช้งาน (72.8%)
การวิเคราะห์ และแผนกลยุทธ์การส่งเสริมธุรกิจ ซ่อมบำรุงรถยนต์  การวิเคราะห์ ด้านจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค (SWOT Analysis)  เรียงลำดับจากผลสำรวจ  ผู้ประกอบการซ่อมบำรุงรถยนต์ ในลำดับสูงสุด ที่ผู้ประกอบการเลือกจากมากไปหาน้อย
จุดแข็ง
1. ราคาค่าซ่อมที่ถูก
2. คุณภาพของงานซ่อมที่ดี
3. บริการซ่อมที่รวดเร็ว
4. ทำเลที่ตั้งอยู่ในที่สะดวก
5. มีช่างฝีมือดี
6. มีอุปกรณ์พร้อม และเครื่องมือที่ทันสมัย
7. มีลูกค้าประจำ จำนวนมาก
8. สภาพที่ดูสะอาด และสภาพแวดล้อมที่ดี
9. มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก
10. มีการติดต่อกับบริษัทประกันภัย
11. มีระบบฐานข้อมูลของลูกค้า
12. มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ต่ำ
จุดอ่อน
1. มีจำนวนลูกค้าน้อย
2. ใช้เวลาในการซ่อมนาน
3. ไม่มีชื่อเสียง ไม่เป็นที่รู้จัก
4. ขาดสภาพคล่องทางการเงิน
5. ไม่สามารถซ่อมงานบางประเภทได้
6. อะไหล่ที่ใช้ไม่ได้มาตรฐาน
7. ขาดเครื่องมือที่ทันสมัย
8. ไม่มีลูกค้าประจำ
9. ขาดช่างที่มีความชำนาญงาน
10. ช่างลาออกบ่อย
11. สภาพอู่ไม่สะอาด และสภาพแวดล้อมไม่ดี
12. พื้นที่ทำเลอยู่ในที่จำกัดไม่สามารถขยายกิจการได้
โอกาส และอุปสรรค
โอกาส
1. ทางราชการจะเลิกซ่อมเอง โดยจะมีการจ้างอู่แทน
2. ดอกเบี้ยเงินกู้ต่ำ มีโอกาสการขยายกิจการ
3. ภาครัฐมีการส่งเสริมการประกันคุณภาพ ของอู่
4. ปริมาณการใช้รถยนต์ ที่เพิ่มมากขึ้น
5. มีการรวมกลุ่มของธุรกิจ ซ่อมบำรุงรถยนต์
6. ผู้ที่มีฐานะปานกลาง ใช้รถกันมากขึ้น
7. มีการใช้รถมือสอง เพิ่มมากขึ้น
8. ระบบ IT ที่มีราคาถูกลง ทำให้สามารถนำมาใช้ได้
9. อะไหล่ของแท้หาได้ง่าย
อุปสรรค
1. มีการแข่งขันด้านธุรกิจ ซ่อมบำรุงรถยนต์ กันมาก
2. มีรถยนต์รุ่นใหม่ออกมา ทำให้การซ่อมทำได้ยาก
3. อะไหล่ของแท้มีราคาที่แพง
4. ภาครัฐมีการควบคุม พื้นที่ในการดำเนินกิจการ
5. กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค มีความเข้มงวดมากขึ้น
6. มีปัญหากับระบบการจ่ายเงิน ของประกันภัย
7. มีความยุ่งยากในการติดต่อ กับราชการ
8. ขาดการส่งเสริมจากภาครัฐ
9. มีความยุ่งยากในการขอสินเชื่อ
10. ผู้ใช้บริการเริ่มมีความนิยมใน ศูนย์บริการ
การพัฒนาธุรกิจ ศูนย์บริการยางรถยนต์ เพื่อให้บรรลุยอดขายตามเป้า และก้าวขึ้นสู่อันดับที่ 1 ในตลาด
  1. พัฒนาการบริการ ศูนย์บริการย่างรถยนต์
  2. พัฒนาการขยายตลาดการขาย ในพื้นที่
  3. พัฒนาการดำเนินงานทาง Online
  4. การขายแฟรนด์ไชน์
พัฒนาการบริการ  ศูนย์บริการยางรถยนต์ เพื่อเข้าสู่มาตรฐาน
1. มารยาทของ พนักงานต้อนรับ  ให้มีการฝึกอบรมมารยาท และวิธีการต้อนรับลูกค้า และมีการบรรจุเรื่องมารยาท และวิธีการต้อนรับลูกค้า ในแผนการฝึกอบรม
2. ความสะอาดของศูนย์บริการ  มีการทำความสะอาด พื้นที่ทำงานเป็นประจำ และมีการทำกิจกรรม 5 ส.
3. ป้ายเพื่อความสะดวกต่างๆ เช่น  ป้ายบอกทางเข้าร้าน  มีการติดป้ายเพื่อให้ความสะดวกต่อผู้ที่มาติดต่อ และค้นหาจุดที่ทำให้ผู้มาใช้บริการไม่สะดวก และปรับปรุง มีการทำกิจกรรม QCC เพื่อปรับปรุงคุณภาพการบริการอย่างต่อเนื่อง
4. ความรวดเร็วในการต้อนรับ  มีขั้นตอนการต้อนรับที่ชัดเจน มีการกำหนดเวลา ในการเข้าหาลูกค้า  หลังจากลูกค้าเข้ามาใน ศูนย์บริการ มีมาตรฐานในการต้อนรับลูกค้า
5. สามารถรับบริการ รถนอกสถานที่ได้  มีการรับบริการนอกสถานที่ มีช่างออกให้บริการนอกสถานที่ มีมาตรฐานการบริการนอกสถานที่ มีรถของศูนย์บริการ สำหรับการให้บริการนอกสถานที่
6. มีการรับฟังปัญหาของลูกค้าอย่างตั้งใจ  มีการฝึกอบรมการรับฟัง และการวิเคราะห์ปัญหา  มีการบรรจุเรื่องการรับฟัง และการวิเคราะห์ปัญหาในแผนการอบรม
7. ความเอาใจใส่ในรถของลูกค้าในช่วงตรวจวิเคราะห์  บันทึกปัญหาของลูกค้าทั้งหมด ตรวจสอบตามที่ลูกค้าบอกปัญหา แนะนำรายการที่ควรเพิ่มเติม การขับรถขึ้น ฮอยยกรถ ควรมีผ้าปูกันเบาะเลอะ มีมาตรฐานวิธีการวิเคราะห์ปัญหา
8. วิเคราะห์ปัญหาได้ถูกต้อง  ฝึกความชำนาญของช่างที่วิเคราะห์ปัญหา มีการบรรจุเรื่องการวิเคราะห์ปัญหา ในแผนการอบรม
9. ความรวดเร็วในการประเมิน  ฝึกความชำนาญของผู้ประเมิน มีการกำหนดเวลาในการประเมิน มีการบรรจุเรื่องการประเมินราคา ในแผนการอบรม มีการกำหนดเวลามาตรฐานในการประเมิน
10. แสดงราคาที่ชัดเจน และเป็นราคามาตรฐาน  มีการจัดทำป้ายราคาค่าแรง และค่าอะไหล่อย่างชัดเจน แจ้งราคาให้ลูกค้าทราบ ก่อนซ่อมเสมอ  มีการกำหนดราคามาตรฐาน
11. มีที่นั่งรอการออกใบซ่อม หรือระหว่างการซ่อม  มีที่จัดสำหรับรับรองลูกค้า ให้เป็นสัดส่วน มีการบริการ เครื่องดื่ม เช่น กาแฟ มีพื้นที่ หรือห้องจัดไว้เป็นสัดส่วน  สำหรับรับรองลูกค้า
12. ความเอาใจใส่ของรถลูกค้า ในขณะซ่อม  มีผ้าปูที่ขอบโครงกันโคลน เวลาเปลี่ยนน้ำมันเครื่องรถ มีการกำหนด ข้อควรระวัง  ในการซ่อมแซม
13. ความรวดเร็วในการซ่อม  มีการประเมินเวลาที่ใช้ในการซ่อม เพื่อกำหนด เป็นเวลามาตรฐาน มีมาตรฐานด้านเวลาการซ่อม
14. มีการตรวจสอบคุณภาพในงานซ่อม  มีการตรวจสอบ และทดสอบผลตามจุดที่ซ่อมบำรุง มีมาตรฐานการทดสอบคุณภาพ  ของการซ่อม ในแต่ละประเภท
15. มีการตรวจความเรียบร้อยของ สภาพรถ  มีการทำความสะอาด รถยนต์  ก่อนส่งมอบ มีการตรวจสอบสภาพความพร้อมของรถยนต์ เช่น  แรงดันลมยาง น้ำมันเครื่อง  น้ำในหม้อน้ำ น้ำมันเบรค ฯลฯ  มีขั้นตอนการทำความสะอาดรถ ก่อนส่งมอบ มีมาตรฐานการตรวจสอบขั้นพื้นฐานก่อนส่งมอบ
16. มารยาทของพนักงาน ส่งมอบรถ  มีการฝึกอบรมมารยาท และวิธีการส่งมอบรถให้ลูกค้า มีการบรรจุเรื่องมารยาท และวิธีการส่งมอบรถลูกค้า ในแผนการอบรม
17. มีการรับประกันงานซ่อม  มีการติด Tag หรือ ใบรับประกันงานซ่อมบำรุง ให้กับลูกค้า มีมาตรฐาน ของการรับประกันงานซ่อมบำรุง  ให้กับลูกค้า
18. มีการตรวจทรัพย์สินของลูกค้า ว่าอยู่ครบถ้วน  มีการตรวจเช็ครายการสิ่งของในรถ ในช่วงรับรถเข้าซ่อม มีมาตรฐานในการตรวจสอบ  สิ่งของ ในรถลูกค้า
19. ให้ลูกค้ามั่นใจว่าได้รับการซ่อมบำรุงมาแล้ว  มีการคืนยางเก่า ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนยาง มีระบบในการแจกแจง  อะไหล่ที่ได้ทำการเปลี่ยน
20. ได้รับข้อมูล การซ่อมแซม แนะนำการใช้งานที่ถูกต้อง และอายุการใช้งาน  มีการอบรมในด้านเทคนิค ให้กับพนักงานส่งมอบรถ แจ้งถึงอายุการใช้งาน และการบำรุงรักษาครั้งต่อไป มีการบรรจุ ด้านเทคนิค ให้กับพนักงานส่งมอบรถ ในแผนการอบรม มีการให้ใบประวัติการซ่อมรถ กับลูกค้า
21. มีการบริการส่งรถถึงที่  มีพนักงานส่งมอบรถ นอกสถานที่ มีการฝึกอบรมการขับรถ อย่างปลอดภัยให้กับ พนักงานส่งมอบรถ มีมาตรฐานในการ ส่งมอบรถ นอกสถานที่ มีการบรรจุเรื่อง การขับรถอย่างปลอดภัย  ในแผนการอบรม
22. มีการรับชำระเงิน เป็นบัตรเครดิต  มีการอธิบายเงื่อนไขการ ชำระเงิน ในช่วงรับใบรับรถ มีช่องทางในการชำระเงินให้ลูกค้าเลือกได้มากกว่า  1 ช่องทาง
พัฒนาศูนย์บริการรถยนต์17พัฒนาศูนย์บริการรถยนต์18พัฒนาศูนย์บริการรถยนต์19พัฒนาศูนย์บริการรถยนต์20พัฒนาศูนย์บริการรถยนต์22พัฒนาศูนย์บริการรถยนต์23พัฒนาศูนย์บริการรถยนต์24พัฒนาศูนย์บริการรถยนต์26พัฒนาศูนย์บริการรถยนต์27พัฒนาศูนย์บริการรถยนต์28พัฒนาศูนย์บริการรถยนต์29พัฒนาศูนย์บริการรถยนต์30พัฒนาศูนย์บริการรถยนต์31พัฒนาศูนย์บริการรถยนต์32พัฒนาศูนย์บริการรถยนต์33
001
พัฒนาการดำเนินงานทาง Online
ข้อดี ของการขายยางรถยนต์ ผ่านช่องทาง Online
  1. เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้โดยตรง รวดเร็ว และ โลกออนไลน์ สามารถเชื่อมโยงทุกคน บนโลกใบนี้ได้ทั้งหมด
  2. สร้างอิสระให้กับลูกค้า ทำให้ลูกค้าสามารถเลือกสินค้า ได้ตรงตามความต้องการมากที่สุด และ มีตัวสินค้าให้เลือกหลากหลายมากที่สุดด้วย
  3. ทำให้ลูกค้า ได้รับรายละเอียดสินค้า อย่างครบถ้วน และ ลูกค้าสามารถ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ตลอดเช่นกัน
  4. มีขั้นตอนการดำเนินการที่ง่าย สามารถขายสินค้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง และลูกค้าสามารถเข้ามาสั่งซื้อได้ตลอดเวลาเช่นกัน
  5. มีต้นทุนในการดำเนินการ ที่ต่ำกว่าช่องทางอื่นๆ
  6. สามารถวัดผลในการดำเนินการได้ง่าย
  7. การตลาด Online ทำให้เชื่อมโยงความสัมพันธ์ ระหว่างผู้ซื้อ และผู้ขายได้ โดยผ่านช่องทาง Online ต่างๆ และทำให้ลูกค้า เกิดความประทับใจได้ไม่ยาก
  8. ในช่องทาง Online มีลูกค้าเข้ามาเลือกซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง ทุกๆเดือน
เป้าหมายหลัก ของการพัฒนางานทาง Online
1.เมื่อลูกค้า ที่สนใจจะเปลี่ยนยางรถยนต์ ค้นหาคำว่า " ยางรถยนต์ " ใน Google  เว็บไซด์ของเรา www. .......... .com จะขึ้นมาติดในหน้าแรก ของการค้นหา เพื่อให้ลูกค้าเข้าไปกดเลือกดู ศูนย์บริการยางรถยนต์ ได้ทันที
1.1 จ่ายเงินค่าโฆษณากับ Google เมื่อมีคนค้นหาคำว่า ยางรถยนต์ เว็บไซด์ ของเราติดที่หน้า 1 แน่นอน ในส่วนของ โฆษณา เมื่อคนคลิก เข้าไปดูในรายละเอียดของ เว็บไซด์ เรา Google จะตัดเงินในส่วนที่เราลงโฆษณาไว้ ซึ่งราคา ค่าโฆษณา แต่ละคลิกที่ ผู้สนใจคลิ๊กเข้าไปดู จะแล้วแต่ความนิยมของ การค้นหาจากคำว่า ยางรถยนต์ ว่ามีจำนวนมากน้อยเพียงใด
1.2 ทำการพัฒนาเว็บไซด์ของเราเอง ให้เป็นที่นิยม มีผู้สนใจเข้ามาชมจำนวนมาก และรูปแบบ การจัดวางข้อความ รูปภาพ ฯลฯ ถูกต้องตามหลักมาตรฐานที่ดี ที่ Google กำหนดไว้ วิธีการนี้อาจใช้ระยะเวลาหน่อย แต่มีโอกาสในการขึ้นหน้า 1 แน่นอน ซึ่งเป็นความท้าทาย ของผู้ดูแลเว็บไซด์ และผู้ที่มีส่วนร่วมกัน ทั้งบริษัท
2. มีสินค้าที่หลากหลาย รวมถึงโปรโมชั่นกระตุ้นการซื้อของผู้บริโภค ที่น่าสนใจ
3. มีรายละเอียดคุณสมบัติของสินค้า ขนาด น้ำหนัก รูปภาพ ประเทศผู้ผลิต ราคา ฯลฯ อย่างชัดเจน
4. มีการ update ข้อมูลต่างๆ ในเว็บไซด์ อย่างสม่ำเสมอ
4.1 ถ้าเรามีกิจกรรมออกบูธ
5. พัฒนารูปแบบ ดีไซน์ โครงร่าง และเนื้อหาของเว็บไซต์ ให้สินค้า และบริการ เกิดความแตกต่างจากของคู่แข่ง
5.1 ส่วนหัวของเว็บไซด์ แถบใหญ่ด้านบน จะมีผลต่อการตัดสินใจ ของผู้ที่เข้ามาชมว่า จะดูเว็บไซต์นี้ต่อไป หรือ จะออกไปดูเว็บไซต์อื่น ควรใส่สินค้าเด่นประจำเดือน หรือแสดงรายการโปรโมชั่น ที่น่าสนใจ เพราะจะเป็นส่วนที่คนดูเห็นมากที่สุด ไฟล์รูปไม่ควรมีขนาดใหญ่มาก เพราะจะทำให้เปิดหน้าเว็บได้ช้า ถ้ามีคนเข้ามาดูแล้วไม่มีข้อมูลขึ้นมาโดยเร็วก็จะปิดเว็บไซด์นั้น และกดไปดูเว็บไซด์อื่นเราก็จะเสียโอกาสการขายในทันที อาจมีการปรับเปลี่ยนรูปตามเทศกาล เพื่อเพิ่มความน่าสนใจ และไม่ซ้ำอยู่ตลอดเวลา
5.2 ส่วนล่างถัดลงมา เป็นส่วนของเนื้อหา ใช้ใส่สินค้า หรือบริการที่เราต้องการประชาสัมพันธ์เข้าไป ตรงนี้เป็นพื้นที่ทำเลทองของเว็บไซด์ จะช่วยสร้างโอกาสในการขาย ข้อมูลต่างๆเช่น สินค้าราคาพิเศษ หรือส่วนลด ของแถม สินค้ามาใหม่ แสดงให้โดดเด่นมีข้อมูลมาก แต่ไม่รกจนเกินไป ให้ลูกค้าพิจารณาเลือกซื้อได้ง่าย ต่างจากแถบใหญ่ด้านบน ที่จะกระตุ้นให้ลูกค้าสนใจ และซื้อได้ในทันที หรือเก็บไว้ในใจก่อน แล้วมาเลือกดูเปรียบเทียบกับด้านล่าง
5.3 โครงร่างของเว็บไซด์ โปร่งโล่งสบายตา ให้อ่านได้ง่ายชัดเจน ตัวอักษรใหญ่พอดีกับ หน้าจอของ Smart Phone โทนสีตามรูปลักษณ์ของร้านไม่เข้มจนดำมืดเกินไป วิธีการเลือกรูปแบบโครงร่างที่ดีที่สุด คือเลือกดูจากหลายๆเว็บไซด์ นำที่ดีที่สุดมาซัก 5 แบบ แล้วให้ทีมงาน ช่วยกันวิเคราะห์จุดดีจุดเด่น ความน่าสนใจต่างๆ และมามารถปรับให้เข้ากับรูปลักษณ์ โทนสีของเราได้หรือไม่ แล้วลงความเห็นในการเลือกใช้สไตล์นี้ร่วมกัน
5.4 ต้องตรวจเนื้อหาให้ดี สะกดคำให้ถูกต้อง เว้นวรรคอย่างเหมาะสม มีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาอยู่ตลอดเวลา เนื้อหาที่เป็นข้อความในแต่ละหน้า ไม่ควรยาวเกินไป ถ้ามีรูปประกอบ ร่วมกับเนื้อหา ก็จะสร้างความน่าสนใจได้มาก ถ้ามีการอธิบายข้อดีของสินค้า (Review) เป็นวิดิโอด้วยจะสร้างความน่าสนใจเพิ่มขึ้น หรือถ้ามีตัวอย่างของ ผู้ที่เข้ามาซื้อสินค้า หรือใช้บริการ จะสร้างความน่าเชื่อถือได้มากยิ่งขึ้น
6. สำหรับ การแสดงรูปโปรโมชั่นที่คิดว่าน่าสนใจที่สุด ประจำเดือน และรูปนี้น่าจะสื่อให้ลูกค้าสนใจ และตอบรับได้ดี ให้นำไปลงประกาศขาย ฟรี! เช่น ที่ www.tarad.com,  www.thaisecondhand.com หรือ ตามเว็บไซด์ที่เกี่ยวข้อง และคาดว่าน่าจะมีกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่สนใจเข้ามาดูในเว็บไซด์นี้ได้จำนวนมาก รูปแบบหน้าจะเป็นแบบเดียวกับรูปที่ลง ส่วนหัวของเว็บไซด์ แถบใหญ่ด้านบน เพื่อให้เมื่อลูกค้าคลิ๊กลิ้งค์เข้ามาดูจะได้ เห็นชัด และมั่นใจว่าเป็นเว็บไซด์ ของศูนย์บริการนี้ ที่มีการลงโปรโมชั่นเอาไว้ ลงประกาศให้ได้จำนวนเว็บไซด์มากที่สุด เพราะยิ่งถ้าเราลงมากเท่าไร จำนวนคนที่ดูและเห็นผ่านตา สำหรับหน้าตาโปรโมชั่นของเรานี้ก็จะได้เห็นไปทั่ว ทำให้กระตุ้นการจดจำ และอาจทำให้มีการสั่งซื้อตามโปรโมชั่นนี้ได้
ให้มีการใส่่ข้อความเซิญชวนว่า สนใจดูสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ www. .......... . com เมื่อเก็บข้อมูลจากลูกค้าได้ว่า ได้เห็นโปรโมชั่นนี้มาจากที่ไหนแล้ว ควรทำการลง โปรโมชั่นนี้ตลอดทั้งเดือน ทุกวัน อย่างต่อเนื่องสำหรับเว็บไซด์นั้นๆ อาจทำบอร์ดบันทึกการโพสลงโฆษณาที่เว็บไซด์นี้ตอนกี่โมงบ้าง และโพสข้อมูลอื่นๆอะไรบ้างเสริมเข้าไป จะได้เกิดการทำงานนี้จริงจัง ไม่ตกหล่น แบ่งหน้าที่ พนักงาน ที่สามารถทำการนี้ได้ให้รับผิดชอบการโพสนีั้ ช่วยกันทั้งบริษัทก็เป็นได้ และผลตอบรับดีทุกๆสิ้นเดือน บริษัทอาจตอบแทนด้วยอาหารโทรสั่ง 1 มื้อก็ได้ครับ
7. ถ่ายรูปลูกค้า คู่กับรถ ถ่ายมุมเฉียงเพื่อให้เห็นตัวรถทั้งคัน ที่นำมาเปลี่ยนยาง หรือ อาจถ่ายการมอบของแถมฟรี! ในการเปลี่ยนยาง โชว์ลงเว็บไซด์ เพื่อสร้างความน่าสนใจ และอ้างอิงถึง ลูกค้าที่ไว้วางใจ เข้ามาเปลี่ยนยางที่ศูนย์บริการแห่งนี้
8. มีข้อมูลแผนที่ศูนย์บริการยางรถยนต์แต่ละแห่ง ทำให้การเดินทางมาติดต่อได้สะดวก หาง่าย
9. มีบริการจัดส่งสินค้าทั้งใน กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด และสามารถจัดส่งสินค้าไปต่างประเทศได้
10. มีการขายสินค้าทั้งปลีก และส่ง

ความคิดเห็น